การจับกุ้งและการเงิน

ต้นทุนขายฟาร์มกุ้ง (COGS): ทำความเข้าใจต้นทุนที่แท้จริงและต้นทุนการผลิตต่อกิโลกรัมในแต่ละรอบการเลี้ยง

รอบการเลี้ยงกุ้งของคุณมีกำไรจริงหรือไม่? เรียนรู้วิธีคำนวณต้นทุนขายฟาร์มกุ้ง (COGS) และต้นทุนต่อกิโลกรัมอย่างแม่นยำ โดยเชื่อมโยงค่าอาหาร ลูกกุ้ง พลังงานไฟฟ้า น้ำมัน แร่ธาตุ ค่าแรง ค่าเสื่อมราคา และผลผลิตจับจริง

7 นาทีในการอ่าน/คู่มือปฏิบัติการฟาร์มกุ้ง/เผยแพร่เมื่อ: 2026-06-08
อินโฟกราฟิกแสดงโครงสร้างต้นทุนขายฟาร์มกุ้ง (COGS) สัดส่วนค่าอาหาร ลูกกุ้ง ค่าไฟฟ้าน้ำมัน สารบำบัดน้ำ ค่าแรง ต้นทุนเก็บเกี่ยว ต้นทุนต่อกิโลกรัม และอัตรากำไรของรอบการเลี้ยง

ทำไมต้นทุนขาย (COGS) จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเลี้ยงกุ้งแวนนาไม

ต้นทุนขาย (Cost of Goods Sold / COGS) เป็นตัวชี้วัดทางการเงินที่สำคัญที่สุดในการวัดว่าฟาร์มต้องเสียค่าใช้จ่ายจริงเท่าใดในการผลิตกุ้งแต่ละกิโลกรัมที่จับและจำหน่ายได้ หากไม่มีการคำนวณ COGS ที่แม่นยำ รอบการเลี้ยงอาจดูเหมือนประสบความสำเร็จอย่างมากเมื่อดูจากตัวเลขน้ำหนักบนตาชั่ง แต่แท้จริงแล้วอาจประสบภาวะขาดทุนหรือเหลือกำไรเพียงเล็กน้อยเนื่องจากต้นทุนแฝง

งานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์สัตว์น้ำยืนยันตรงกันว่า ค่าอาหาร ลูกกุ้ง พลังงานไฟฟ้า/น้ำมัน การบำบัดน้ำ และค่าแรงงาน คือต้นทุนผันแปรหลักที่ชี้วัดความอยู่รอดของธุรกิจฟาร์มกุ้ง การบริหารจัดการอาหารมีความสำคัญเป็นพิเศษเพราะส่งผลกระทบสองด้านพร้อมกัน: เป็นต้นทุนก้อนใหญ่ที่สุดและเป็นตัวกำหนดคุณภาพน้ำในบ่อ การติดตามต้นทุนรายบ่อผ่าน ซอฟต์แวร์จัดการการเงินและบัญชีฟาร์มกุ้ง ช่วยให้ผู้จัดการฟาร์มตรวจพบความผิดปกติของต้นทุนได้ทันท่วงทีก่อนสิ้นสุดรอบการเลี้ยง

โครงสร้างต้นทุนฟาร์มกุ้ง: เจาะลึก 7 องค์ประกอบหลักของ COGS ในแต่ละรอบบ่อ

การกำหนด COGS อย่างมีวินัยสำหรับกุ้งขาวแวนนาไม (Litopenaeus vannamei) จำเป็นต้องจัดหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายทางตรงและค่าใช้จ่ายสนับสนุนออกเป็น 7 หมวดที่ผูกกับรอบบ่ออย่างชัดเจน:

  • 1. ค่าอาหารกุ้ง (50%–60% ของ COGS รวม): เป็นต้นทุนผันแปรที่ใหญ่ที่สุด การควบคุมทำได้โดยการรักษาค่า FCR ผ่านการเช็กยออย่างเข้มงวดใน คู่มือการปรับปรุง FCR ฟาร์มกุ้ง และการตรวจนับสต็อกจริงใน การควบคุมคลังอาหารกุ้งในฟาร์ม
  • 2. ค่าลูกกุ้ง (8%–15% ของ COGS รวม): การจัดซื้อลูกกุ้งระยะโพสต์ลาวา (PL 8–10) จากโรงเพาะฟักมาตรฐานปลอดเชื้อ SPF (Specific Pathogen Free) พร้อมผลตรวจ PCR ปลอดโรคไวรัสดวงขาว WSSV, หัวเหลือง YHV, แคระแกร็น EHP และตายด่วน AHPND
  • 3. ค่าพลังงานไฟฟ้าและเชื้อเพลิง (12%–18% ของ COGS รวม): ค่ากระแสไฟฟ้าสำหรับกังหันตีน้ำเพิ่มออกซิเจน (Paddle Wheel) รูทโบลเวอร์ และปั๊มน้ำ รวมทั้งน้ำมันดีเซลสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรองและเครื่องสูบน้ำถ่ายเทน้ำ
  • 4. เคมีภัณฑ์ แร่ธาตุ และโปรไบโอติก (6%–10% ของ COGS รวม): สารฆ่าเชื้อเตรียมน้ำ (คลอรีน/ด่างทับทิม) ปูนปรับสภาพน้ำ (โดโลไมต์ แคลเซียมคาร์บอเนต เบกกิ้งโซดา) เกลือแร่เสริมการลอกคราบ (แมกนีเซียม แคลเซียม โพแทสเซียม) และจุลินทรีย์ย่อยสลายเลน
  • 5. ค่าแรงงานโดยตรง (5%–8% ของ COGS รวม): ค่าจ้างผู้จัดการบ่อ คนงานให้อาหาร คนงานดูดเลนรอบดึก และเงินรางวัลจูงใจตามเป้าหมายอัตรารอดและผลผลิต
  • 6. ค่าเตรียมบ่อและจับกุ้ง (3%–6% ของ COGS รวม): ค่าสูบเลน ล้างบ่อ ซ่อมแซมระบบระบายน้ำ ค่าจ้างทีมลากอวน น้ำแข็งแช่เย็นควบคุมอุณหภูมิ และอุปกรณ์ชั่งน้ำหนักตามที่อธิบายใน การบันทึกและติดตามการจับกุ้ง
  • 7. ค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ประจำบ่อ (3%–5% ของ COGS รวม): การจัดสรรค่าเสื่อมราคาของมอเตอร์ตีน้ำ ปั๊มน้ำ และผ้าใบปูบ่อ PE ตามจำนวนวันเลี้ยงจริง (DOC)

ตารางสัดส่วนโครงสร้างต้นทุนมาตรฐานของฟาร์มกุ้งระบบพัฒนาหนาแน่น

ตารางต่อไปนี้แสดงโครงสร้างต้นทุนมาตรฐานของการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมระบบพัฒนาหนาแน่น (Intensive) พร้อมสาเหตุที่ทำให้ต้นทุนบานปลายและแนวทางป้องกันในฟาร์มจริง:

เลื่อนในแนวนอนเพื่อดูคอลัมน์ทั้งหมด

หมวดต้นทุนสัดส่วนมาตรฐาน (%)ปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนบานปลายแนวทางการควบคุมในฟาร์ม
ค่าอาหารกุ้ง50% – 60%การให้อาหารเกิน (Overfeeding), FCR พุ่งสูง, อาหารหมดอายุ/ชื้นขึ้นรา, กุ้งตายใต้บ่อที่มองไม่เห็นเช็กยอสม่ำเสมอ, ปรับอาหารตามค่า DO และสภาพอากาศ, ปฏิบัติตามหลัก FIFO ในคลังสินค้า
ค่าพลังงานไฟฟ้าและน้ำมัน12% – 18%เปิดเครื่องตีน้ำเกินความจำเป็นในช่วงชีวมวลน้อย, มอเตอร์และเกียร์ทดเก่ากินไฟ, น้ำมันรั่วไหลปรับรอบการเดินเครื่องตีน้ำตามชีวมวลและค่า DO จริง, ตรวจวัดแอมป์มอเตอร์, ติดตั้งระบบตั้งเวลาอัตโนมัติ
ค่าลูกกุ้ง PL8% – 15%ลูกกุ้งติดเชื้อโรคแฝง, อัตรารอดต่ำในช่วงอนุบาล 30 วันแรก, ความหนาแน่นเกินขีดจำกัดบ่อสุ่มตรวจ PCR ซ้ำก่อนปล่อย, ปรับอุณหภูมิและความเค็มอย่างรอบคอบ, คำนวณความหนาแน่นให้สัมพันธ์กับแรงม้าตีน้ำ
เคมีภัณฑ์ แร่ธาตุ โปรไบโอติก6% – 10%การใส่แร่ธาตุโดยไม่ตรวจวัดค่าน้ำ, น้ำดรอปบ่อยจนต้องใช้ปูนปริมาณมาก, สารเคมีไม่ได้มาตรฐานตรวจวัดค่าอัลคาลินิตี้ แคลเซียม แมกนีเซียมเป็นประจำก่อนเติม, ขยายเชื้อโปรไบโอติกอย่างถูกสุขอนามัย
ค่าแรงงานโดยตรง5% – 8%ประสิทธิภาพการทำงานต่ำ, การขาดแรงงานช่วงจับกุ้ง, งานซ้ำซ้อนจากการบันทึกข้อมูลบนกระดาษใช้ซอฟต์แวร์บันทึกข้อมูลดิจิทัลหน้าบ่อ, กำหนดตารางงานให้อาหารและเช็กยอที่ชัดเจน, มีโบนัสตามผลผลิต
ค่าเตรียมบ่อและเก็บเกี่ยว3% – 6%ตากบ่อไม่แห้งสนิทจนต้องล้างซ้ำ, การสูญเสียน้ำหนักกุ้ง (Drip loss) จากน้ำแข็งไม่เพียงพอเตรียมบ่อตามรอบเวลาที่กำหนด, เตรียมน้ำแข็งและห้องเย็นให้พร้อมตามมาตรฐานเพื่อลดการสูญเสียน้ำหนัก
ค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์บ่อ3% – 5%อุปกรณ์ชำรุดก่อนอายุการใช้งานเนื่องจากขาดการบำรุงรักษา, สนิมกัดกร่อนจากน้ำเค็มล้างทำความสะอาดและชโลมน้ำมันอุปกรณ์หลังจับกุ้ง, บันทึกประวัติการซ่อมบำรุงเครื่องจักรในระบบ

การเชื่อมโยงข้อมูลชีวภาพกับการวิเคราะห์ต้นทุนและกำไร

ต้นทุนขายต่อกิโลกรัมไม่สามารถประเมินได้จากตัวเลขการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเชื่อมโยงกับตัวชี้วัดทางชีวภาพของบ่ออย่างใกล้ชิด: อัตราการรอด (SR), อัตราแลกเนื้อ (FCR), อัตราการเติบโตต่อวัน (ADG), และขนาดกุ้งที่ตลาดต้องการ

เมื่อนำข้อมูลทั้งสองฝั่งมาวิเคราะห์ร่วมกัน ผู้จัดการฟาร์มจะเข้าใจได้อย่างแท้จริงว่า กำไรที่เกิดขึ้นเกิดจากผลผลิตชีวมวลที่แข็งแกร่ง ราคาตลาดที่เอื้ออำนวย หรือการควบคุมต้นทุนได้อย่างมีวินัย และยังช่วยในการวางแผน กระแสเงินสดฟาร์มกุ้ง ในรอบการเลี้ยงถัดไปได้อย่างมั่นใจ

เช็กลิสต์สำหรับฟาร์ม

การนำไปปฏิบัติหน้าบ่อ

  • บันทึกค่าอาหาร ลูกกุ้ง พลังงาน แร่ธาตุ และค่าแรงแยกตามรอบบ่อเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ
  • เชื่อมโยงบันทึกค่าใช้จ่ายเข้ากับข้อมูลการเติบโต การเช็กยอ และการเก็บเกี่ยวในระบบเดียว
  • คำนวณต้นทุนการผลิตต่อกิโลกรัม (COGS/kg) ทันทีหลังการจับกุ้งแต่ละครั้ง (ทั้งจับบางส่วนและจับหมดบ่อ)
  • เปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนต่อกิโลกรัมกับค่า FCR และอัตรารอดเพื่อค้นหาจุดบกพร่อง
  • จัดสรรค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายส่วนกลางลงแต่ละบ่อตามหลักเกณฑ์ที่คงที่
คำถามที่พบบ่อย

COGS, OPEX ทั่วไป และ CAPEX ในการดำเนินงานฟาร์มกุ้งแตกต่างกันอย่างไร?

ต้นทุนขาย (COGS) คือค่าใช้จ่ายทางตรงและทางอ้อมทั้งหมดที่เกิดขึ้นเพื่อผลิตชีวมวลกุ้งในรอบบ่อนั้นๆ โดยเฉพาะ เช่น ค่าอาหาร ลูกกุ้ง ค่าไฟเครื่องตีน้ำ โปรไบโอติก และค่าแรงหน้าบ่อ ส่วน OPEX ทั่วไปครอบคลุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานส่วนกลางที่ไม่เกี่ยวกับชีวมวลโดยตรง เช่น เงินเดือนฝ่ายธุรการ ค่าภาษีที่ดิน หรือค่าธรรมเนียมใบอนุญาตรายปี สำหรับ CAPEX (รายจ่ายฝ่ายทุน) คือการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรระยะยาว (เช่น การสร้างบ่อปู PE ใหม่ หม้อแปลงไฟฟ้า หรือเครื่องกำเนิดไฟฟ้า) ซึ่งต้องไม่นำมาลงเป็นต้นทุนทั้งหมดในรอบเดียว แต่ต้องคิดเป็นค่าเสื่อมราคาเฉลี่ยต่อวันเลี้ยง (DOC)

ต้นทุนใดบ้างที่ต้องรวมไว้ในการคำนวณ COGS ต่อรอบการเลี้ยงกุ้ง?

โครงสร้าง COGS มาตรฐานของฟาร์มกุ้งขาวแวนนาไมเชิงพาณิชย์ประกอบด้วย 7 หมวดหลัก: (1) ค่าลูกกุ้ง (ลูกกุ้ง PL คุณภาพสูง SPF, ค่าตรวจ PCR, ค่าขนส่งอัดออกซิเจน); (2) ค่าอาหารกุ้ง (อาหารเบอร์ต่างๆ ตลอดรอบ); (3) ค่าพลังงาน (ค่าไฟฟ้าระบบเติมอากาศ ปั๊มน้ำ น้ำมันดีเซลเครื่องปั่นไฟ); (4) เคมีภัณฑ์ แร่ธาตุ และโปรไบโอติก (คลอรีนฆ่าเชื้อ ปูนโดโลไมต์ แร่ธาตุแมกนีเซียม/แคลเซียม/โพแทสเซียม จุลินทรีย์บำบัดเลน); (5) ค่าแรงงานโดยตรง (เงินเดือนผู้จัดการบ่อ ค่าจ้างรายวันทีมให้อาหารและดูดเลน เบี้ยเลี้ยงผลผลิต); (6) ค่าเตรียมบ่อและจับกุ้ง (ค่าล้างตากบ่อ ค่าแรงทีมจับ น้ำแข็งหล่อเย็น); และ (7) ค่าเสื่อมราคาอุปกรณ์ประจำบ่อ (มอเตอร์กังหันตีน้ำ ใบพัด ท่อสูบน้ำ ผ้าใบ)

ทำไมค่าอาหารจึงคิดเป็น 50–60% ของต้นทุนรวม และควบคุมอย่างไรไม่ให้บานปลาย?

อาหารกุ้งมีโปรตีนสูง (30–40%) ผลิตจากปลาป่น ปลาหมึกป่น และกรดอะมิโนจำเป็นที่มีราคาสูง จึงครองสัดส่วนต้นทุนมากที่สุด การควบคุมต้นทุนอาหารไม่ใช่การตัดปริมาณอาหารจนกุ้งขาดสารอาหารและโตช้า แต่ทำได้โดยการควบคุมประสิทธิภาพอัตราแลกเนื้อ (FCR) ทุกๆ 0.1 จุดของ FCR ที่เพิ่มขึ้น (เช่น จาก 1.3 เป็น 1.4) จะเพิ่มต้นทุนการผลิต 3–5 บาทต่อกิโลกรัมกุ้ง การควบคุมทำได้ด้วยการเช็กยออย่างเข้มงวด ปรับอาหารตามสภาพอากาศและค่าออกซิเจน (DO) ปรับตั้งเครื่องให้อาหารอัตโนมัติ และหมุนเวียนสต็อกแบบเข้าก่อน-ออกก่อน (FIFO)

สูตรคำนวณต้นทุนการผลิตต่อกิโลกรัม (COGS/kg) สำหรับรอบที่มีการจับกุ้งบางส่วนทำอย่างไร?

สูตรคำนวณทำได้โดยนำต้นทุนการผลิตรวมทั้งหมดของบ่อหารด้วยน้ำหนักกุ้งที่ขายได้จริงทั้งหมด (รวมทั้งการจับกุ้งบางส่วน Partial Harvest และการจับกุ้งหมดบ่อ Final Harvest): ต้นทุนต่อกิโลกรัม (บาท/กก.) = ต้นทุนการผลิตรวมของบ่อ (บาท) / น้ำหนักกุ้งรวมที่ขายได้ (กก.) ตัวเลขนี้คือฐานราคาต่ำสุดในการเจรจาขายผลผลิตกับแพกุ้งหรือห้องเย็นเพื่อให้ได้กำไรที่ต้องการ

ทำไมผลผลิตน้ำหนักรวมสูงจึงอาจไม่ได้กำไรสูงเสมอไป?

ผลผลิตรวมที่สูงอาจสร้างภาพลวงตาหากต้นทุนการผลิตบานปลาย กำไรสุทธิจะลดลงอย่างมากหาก: (1) FCR สูงเกินไปจากอาหารเหลือ ส่งผลให้กำไรถูกกลืนไปกับค่าอาหาร; (2) ระยะเวลาเลี้ยงยาวนานเกินไป (DOC สูง) แต่อัตราเติบโตต่อวัน (ADG) ชะงักงัน ทำให้ค่าไฟกังหันตีน้ำและค่าแรงสะสมสูงขึ้น; (3) อัตรารอดต่ำจากการตายที่มองไม่เห็นใต้ก้นบ่อ; หรือ (4) ขนาดกุ้งที่จับได้เป็นกุ้งไซซ์เล็ก หรือมีตำหนิเปลือกนิ่ม/ข้อแดง ซึ่งถูกตัดราคาจากห้องเย็น

วิธีจัดสรรต้นทุนส่วนกลาง (ค่าไฟสำนักงาน, รถยนต์ฟาร์ม, เครื่องกำเนิดไฟฟ้าหลัก) ลงแต่ละบ่อทำอย่างไร?

ต้นทุนส่วนกลาง (Shared Costs) ควรจัดสรรลงแต่ละบ่อตามหลักเกณฑ์ที่คงที่และสมเหตุสมผล: (1) จัดสรรตามสัดส่วนพื้นที่ผิวน้ำหรือปริมาตรน้ำ สำหรับค่าเช่าที่ดิน ค่าไฟฟ้าส่องสว่างส่วนกลาง และการรักษาความปลอดภัย; (2) จัดสรรตามชั่วโมงการทำงานหรือวันเลี้ยง (DOC) สำหรับน้ำมันเครื่องสูบน้ำทะเลหลักหรือเครื่องปั่นไฟสำรอง; หรือ (3) จัดสรรตามสัดส่วนอาหารที่ใช้ สำหรับต้นทุนการจัดเก็บและคลังสินค้า ความสม่ำเสมอของวิธีบันทึกจะช่วยให้การเปรียบเทียบต้นทุนระหว่างบ่อมีความเที่ยงตรง

แหล่งข้อมูลอ้างอิงทางวิชาการ
ผู้เขียนและผู้ตรวจสอบทางวิชาการ
ท
เขียนโดย ทีมปฏิบัติการเทคนิค Shrimply• ผู้เชี่ยวชาญด้านการปฏิบัติการและข้อมูลการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการฟาร์มกุ้งขาวแวนนาไมและวิศวกรข้อมูลการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มุ่งเน้นการบันทึกข้อมูลบ่อที่แม่นยำ การจัดการคุณภาพน้ำตามหลักวิทยาศาสตร์ และการเพิ่มผลผลิตชีวมวลอย่างยั่งยืน

✓
ตรวจสอบทางวิชาการโดย: กฤษณะ ภักดีดำรง, M.Sc.• ผู้เชี่ยวชาญด้านการปฏิบัติการฟาร์มกุ้งและเศรษฐศาสตร์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ปริญญาโทด้านการจัดการธุรกิจการเกษตร ประสบการณ์กว่า 15 ปีในการวางแผนการผลิตฟาร์มกุ้งเชิงพาณิชย์ การวิเคราะห์ต้นทุนรอบการเลี้ยง และการจัดการเก็บเกี่ยว

เผยแพร่เมื่อ: 2026-06-08
เนื้อหาที่เกี่ยวข้องใน Shrimply

ระบบบันทึกและจัดการการเงินฟาร์มกุ้ง

เรียนรู้วิธีที่ ระบบบันทึกและจัดการการเงินฟาร์มกุ้ง เชื่อมโยงกับคู่มือปฏิบัติการฟาร์มนี้บนแพลตฟอร์ม Shrimply

การบันทึกและติดตามการจับกุ้ง: สิ่งที่ต้องบันทึกก่อน ระหว่าง และหลังการจับเกี่ยว (Partial & Final Harvest)

คู่มือปฏิบัติการบันทึกและติดตามการจับกุ้งขาวแวนนาไมเชิงพาณิชย์: เมื่อใดควรจับกุ้งบางส่วน (Partial harvest) หรือจับหมดบ่อ (Final harvest) สิ่งที่ต้องบันทึกหน้าบ่อ การคัดขนาดไซซ์กุ้ง (ตัว/กก.) การจัดการน้ำแข็งและห่วงโซ่ความเย็น (Cold chain) การควบคุมการสูญเสียน้ำหนัก (Shrinkage/Drip loss) และการกระทบยอดผลผลิตเพื่อคำนวณ FCR และกำไรสุทธิที่แท้จริง

กระแสเงินสดฟาร์มกุ้ง: การวางแผนความต้องการเงินสดสำหรับค่าอาหาร ลูกกุ้ง พลังงาน และรายได้จากการจับกุ้ง

คู่มือเชิงปฏิบัติการจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow) สำหรับฟาร์มเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมเชิงพาณิชย์: การคำนวณเงินทุนเริ่มต้นซื้อลูกกุ้ง การเตรียมรับมือภาวะเงินสดตึงตัวสูงสุดที่ DOC 60–90 (Cash Valley) ค่าไฟฟ้า/น้ำมัน ค่าจ้างแรงงาน และจังหวะสภาพคล่องจากการทยอยจับกุ้งบางส่วนและจับหมดบ่อ

ศูนย์รวมคู่มือการเลี้ยงกุ้ง Shrimply

สำรวจคู่มือปฏิบัติการอื่นๆ ของ Shrimply สำหรับการดำเนินงานและการจัดการฟาร์มกุ้งขาวแวนนาไม